เบาหวานอันตรายกว่าเอดส์ เหตุเพราะขาดความรู้และไม่รู้ตัว
“เบาหวาน” โรคชื่อเบาแต่ความร้ายกาจไม่ได้เบาตามชื่อ คุกคามไม่ยั้ง ทั้งๆ ที่ป้องกันได้ ถึงขั้นวิกฤติจนองค์การอนามัยโลก(WHO) ยกให้โรคเบาหวานอันตรายสูงสุดยิ่งกว่าโรคเอดส์ เพราะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่โรคไม่ติดเชื้อคร่าชีวิตมนุษย์ได้ใกล้เคียงกับโรคติดเชื้อ
นายแพทย์ธวัชชัย ภาสุรกุล ผู้อำนวยการศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่เป็นโรคเบาหวานไม่รู้ตัว ถือเป็นความเสี่ยง เนื่องจากไม่ได้รับการป้องกันและดูแลรักษาอย่างถูกต้อง จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ประชากรไทยทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ต้องเผชิญกับโรคเบาหวานจำนวนมาก ขาดการควบคุมดูแลจนต้องสูญเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ โดยเฉพาะ หัวใจ ไต ตา ตีน สี่อวัยวะสำคัญที่มักถูกทำลายด้วยภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ส่งผลกระทบต่อครอบครัว และกลายเป็นปัญหาใหญ่ของระบบสาธารณสุขของประเทศ
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการศูนย์เบาหวานฯ ยังได้ให้ข้อมูลความจริงเกี่ยวกับเบาหวาน ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตระหนักและให้ความสำคัญเพียงพอ
ความจริง 10 ประการ เกี่ยวกับเบาหวาน
ทุก 10 วินาที มีคนเป็นเบาหวานใหม่ 2 คน
ทุกปี จะมีผู้เสียชีวิตจากเบาหวาน 4 ล้านคน มากกว่าครึ่งของผู้เสียชีวิตเหล่านี้ สามารถป้องกันก่อนได้
ทุก 10 วินาที จะมีผู้เสียชีวิต 1 คน จากสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับเบาหวาน
เบาหวานคร่าชีวิตประชาชนในแต่ละปี ใกล้เคียงกับโรคเอดส์
การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยในปี พ.ศ.2552
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป มีผู้ที่เป็นเบาหวานจำนวนร้อยละ 6.9
ความชุกของเบาหวานในเขตเทศบาลสูงกว่านอกเขตเทศบาล
ผู้ป่วยเบาหวานพบสูงสุดในช่วงอายุ 60-69 ปี รองลงมาคือช่วงอายุ 70-79 ปี
เพียงแค่ออกกำลังกาย 30 นาทีทุกวัน สามารถลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานประเภทที่ 2 ลงได้ถึงร้อยละ 40%
อาการเตือนของเบาหวานคือ ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย หิวบ่อย น้ำหนักลด (3 บ่อย 1 ลด)
เบาหวานประเภทที่ 1 ในเด็ก เพิ่มขึ้นทุก 3% ต่อปี โดยเฉพาะเพิ่มจำนวนขึ้นในเด็กเล็ก
เบาหวานประเภทที่ 2 ไม่รู้จุดเริ่มต้นของโรค และส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าเป็นเบาหวาน
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานกรรมพันธุ์
อายุมากขึ้น
น้ำหนักเกินและอ้วน
ขาดการออกกำลังกาย
รับประทานอาหารที่มีแคลอรีสูง
หญิงที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
มีค่าน้ำตาลในเลือดผิดปกติ แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์เป็นเบาหวาน
เป็นโรคความดันโลหิตสูง
มีไขมันในเลือดสูง
สังเกตสัญญาณเบาหวานคุกคามนอกจากปัจจัยเสี่ยงข้างต้นแล้ว แนะนำให้สังเกตดูว่ามีอาการต่างๆ ที่ผิดปกติไปจากชีวิตประจำวันที่ผ่านมาเกิดขึ้นกับตนเองหรือคนใกล้ชิดหรือไม่ เช่น ชอบกินของหวานๆ มันๆ หิวบ่อย รับประทานมาก กระหายน้ำบ่อย อ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย ตาพร่า มองไม่ชัด ความดันโลหิตสูง น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวด แน่น จุกเสียดหน้าอก น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน ชาตามปลายมือปลายเท้า ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ เมื่อสงสัยว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ทันที
ควบคุมเบาหวานง่ายๆ ด้วยหลักตรีดุลนายแพทย์ธวัชชัย กล่าวว่า เบาหวานเป็นได้ทุกเพศทุกวัย ถ้าไม่ทำอะไรเลย เบาหวานจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของระบบสาธารณสุขของประเทศ การป้องกันเบาหวานสามารถทำได้ง่ายและประหยัด โดยยึดหลักตรีดุลในการควบคุมเบาหวาน คือ ยา ต้องรับประทานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าแพทย์เป็นผู้สั่งยา แต่หน้าที่รับประทานยาเป็นเรื่องของผู้ป่วยที่ต้องมีวินัยและต้องรู้จักชื่อยา รู้ถึงผลข้างเคียง ถัดมาอาหาร ควรควบคุมอย่างสม่ำเสมอ และสุดท้ายการออกกำลังกาย ต้องรู้ว่าการออกกำลังกายประเภทไหนเหมาะกับวัยและเหมาะสมกับตนเอง สิ่งสำคัญ ต้องพบแพทย์ตามนัด และหลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเอง
การดูแลรักษาเบาหวานที่ดีที่สุดต้องทำกันเป็นทีม และหัวใจสำคัญของการควบคุมเบาหวาน คือการมีความรู้เกี่ยวกับเบาหวานที่ถูกต้องและนำไปปฏิบัติอย่างมีวินัย ซึ่งสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ ก็ได้กำหนดให้มี “วันเบาหวานโลก” ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วโลกได้ตระหนักถึงความอันตรายของโรคเบาหวาน พร้อมกับเป็นการให้ความรู้ ทำความเข้าใจกับผู้ที่ไม่ได้เป็นให้รู้จักป้องกัน และดูแลสุขภาพของตนเองอย่างถูกวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ
เวชธานีชวนเติมความรู้...สู้เบาหวานเพื่อเป็นการตอบสนองต่อนโยบายของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ ในการร่วมรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงมหันตภัยโรคเบาหวาน และเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลเวชธานี จึงเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ “เพื่อคุณภาพชีวิต...เพื่อพิชิตเบาหวาน” แบบครอบคลุมทุกมิติ 2 วันเต็ม ในวันที่ 17-18 มีนาคม 2555 ณ โรงพยาบาลเวชธานี เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถอยู่กับเบาหวานได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี ค่าลงทะเบียน 200 บาท ต่อ 1 ท่าน (2 วัน) โดยผู้สมัครสามารถเลือกนำเงินค่าลงทะเบียนบริจาคให้กับมูลนิธิโรคไต หรือสมัครเป็นสมาชิกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ได้ตามความประสงค์ สอบถามเพิ่มเติมและขอรับตารางกิจกรรม โทร.0-2734-0390 ต่อ 1071, 1072 เวลา 08.00-16.00 น.
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ