สืบสานตำนานไหมไทย วิถีชีวิต ชาวบ้านนาตัง...
ขั้นตอนการทำผ้าไหมที่ยังคง รูปแบบโบราณและใช้สีธรรมชาติ“ไหม” ราชินีแห่งเส้นใย ถูกค้นพบครั้งแรกที่ประเทศจีนเมื่อกว่า 5,000 ปี ด้วยคุณสมบัติพิเศษ กว่าเส้นใยธรรมชาติอื่นใดในโลก โดย นักค้าชาวยุโรปต่างดั้นด้นไปจนถึงเมืองจีน เพื่อนำผ้าไหมไปขายซึ่งว่ากันว่ามีราคาที่แพงเทียบเท่ากับทองคำ จากคุณค่าดังกล่าวในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เริ่มการพัฒนาส่งเสริมอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้า ฯลฯขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงคุณภาพให้เป็นสินค้าส่งออก และเป็นอาชีพเกษตรกรในหลายๆหมู่บ้าน
...โดยที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงทุ่มเทพระวรกายเสด็จ พระราชดำเนินไปทุกหนทุกแห่งเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ราษฎร ทรงโอบอุ้มงานทอผ้าไหมมัดหมี่ ลวดลายนานาศิลป์จากฝีมืออันวิจิตรแพรพรรณหลากถิ่นจากทุกแห่งหนผ่านมูลนิธิศิลปาชีพ และทรงมีพระราชดำริให้มีหน่วยงานทำหน้าที่หลักด้านหม่อนไหมอย่างครบวงจร เพื่อมุ่งมั่นพัฒนาไหมไทยสู่สากล

นายสุรโชติ ตามเจริญ และนายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม(ขวา)นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ผ้าไหมไทย เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกทั้งในด้านความ สวยงามและความมีเอกลักษณ์ เนื่องจากการผลิตผ้าไหมเป็นมรดก ทางวัฒนธรรมเข้ามาผสมผสานในงานหัตถกรรมการผลิต ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการรักษาและปกป้องเอกลักษณ์ กรรมวิธี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ้าไหมไทยเป็นผลผลิตที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีความเป็นไทย ผ่านทางกระบวนการผลิต ของแต่ละท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของกลุ่มชุมชนแต่ละท้องถิ่น
และ...เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในปีมหามงคลสมัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา กรมหม่อนไหม พร้อมด้วย สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย จัดโครงการ เดินตามรอยเส้นทางสายหม่อนไหมในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ขึ้น และกลุ่มมัดหมี่โฮลโบราณทอผ้าธรรมชาติบ้านนาตัง อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ เป็นหนึ่งในเส้นทาง...
นายสุรโชติ ตามเจริญ ประธานกลุ่มฯ เผยว่า ปกติชาวบ้านที่นี่หลังว่างจากการทำนา อาชีพหลักจะทำผ้ามัดหมี่โฮลโบราณ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองสุรินทร์โดยแท้ และเป็นที่นิยมย้อมด้วยสีธรรมชาติ แล้วหมู่บ้านอื่นจะซื้อของเราไปทอ ส่วนรายได้รองของเราคือทำผ้าโบราณ ซึ่งปีหนึ่งๆได้ 4-5 ชิ้น ขายอยู่ที่ 60,000 บาท ซึ่งผ้าโบราณของเราจะทำขึ้นทุกปี นอกจากส่งเข้าประกวดแล้วยังเป็นการอนุรักษ์ลายผ้า โดยกรมหม่อนไหมเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนทุน เพื่อจัดหาวัตถุดิบในการฟอกย้อมโดยหลักคือกรมจะให้ความสำคัญในด้านวิทยากร และ ที่นี่เป็นที่เดียวที่มัดหมี่โฮลได้รับตรานกยูงสีทองพระราชทาน

แม่ใหญ่ หญิงชราวัย 75 ปีหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม บอกกับเราว่า การทอผ้าเราทำกันมานานตั้งแต่จำความได้ แต่ก่อนก็ทอใช้กันเอง ทุกบ้านจะมีผ้าไหมใช้ทั้งนั้น ผ้าผืนหนึ่งใช้เวลาทอนั้น นานมากจนจำไม่ได้ว่าเราขึ้นเส้นลงมือทำกันวันแรกเมื่อไร พอเสร็จแล้วผืนหนึ่งหลังนำไปขายได้หลายหมื่นถึงหลักแสนบาทก็มี ถ้าจะถามว่าคุ้มมั้ย คุณค่ามันอยู่ที่ใจมากกว่า
แต่เราภูมิใจที่ได้สนองพระราชดำริของพระราชินีท่าน ที่ว่าการอนุรักษ์การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เป็นการรักษาวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นให้อยู่คู่กับสังคมประเทศ ไทยนานเท่านาน...
เพ็ญพิชญา เตียว
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ